วิธีรักษากระเบื้องโบราน

การทำความสะอาดพื้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ซึ่งเราไม่ควรที่จะละเลย เพราะพื้นเป็นสถานที่ที่เราเดินเหยียบ เดินย่ำกันอยู่ทุกๆวัน และเป็นส่วนที่เราสัมผัสมากที่สุด บางครั้งเองเราอาจจะเดินเหยียบพื้นโดยที่ยังไม่ล้างเท้า ซึ่งมันอาจจะมาพร้อมกับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคต่างๆที่เราเอามันเข้ามาในบ้านจากการที่เราออกไปข้างนอก ไปยังสถานที่ต่างๆ ดังนั้นการรักษาความสะอาดของบ้านจึงเป็นที่สำคัญที่สุดโดยเฉพาะพื้น แต่พื้นของบ้านแต่ละหลังก็ถูกปูด้วยวัสดุที่ต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้องต่างๆ พื้นลามิเนต พื้นหินปูน พื้นคอนกรีต พื้นหินอ่อน พื้นปาร์เก้ เป็นต้น แต่ถ้าหากบ้านใครมีพื้นเป็นพื้นกระเบื้องเราก็มีวิธีการรักษา การทำความสะอาดมาแนะนำค่ะ ไปดูกันเลยว่าต้องทำอะไรบ้าง เนื่องจากพื้นกระเบื้องนั้นมีหลายแบบเราจะแบ่งวิธีการรักษา การทำความสะอาดดังนี้ค่ะ

1. พื้นกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ตามห้องน้ำในคอนโด โรงแรม หรือรีสอร์ทต่างๆจะเห็นได้ว่าตรงผนังที่ติดฝักบัวด้านในถูกปูด้วยกระเบื้องชิ้นเล็กๆหลากหลายสี ซึ่งข้อดีของมันคืออาจจะช่วยเพิ่มลวดลายให้กับห้อง ดูมีสีสันกับลูกเล่นมากขึ้น แต่ข้อเสียคือจะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและคราบสกปรกได้ง่าย เพราะมีร่องยาปูนเยอะมาก เพราะฉะนั้นหนทางวิธีที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดคือ ให้นำเอาผงซักฟอกกับผงฟูมาผสมกัน สามารถเพิ่มน้ำส้มสายชูเข้าไปด้วยได้ ผลลัพธ์ที่จะได้คือของเหลวที่มีสภาพเป็นกรดสูง มันจะช่วยให้สามารถสลายคราบสกปรกที่ติดอยู่ตามซอกต่างๆของกระเบื้องได้ แต่ถ้ากระเบื้องของคุณนั้นมันเก่ามากแล้ว คุณควรที่จะต้องระวังเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งที่มีสภาพเป็นกรด รวมทั้งลูกมะนาวด้วย เช่นเดียวกับอุปกรณ์ใดๆที่จะสามารถใช้ขูดร่องยาปูนได้ เพราะจะทำให้ตัววัสดุยิ่งเสื่อมสภาพเร็ว

2. พื้นกระเบื้องสีอ่อน ที่แน่นอนที่ดสุดคือว่าจุดอ่อนของพื้นแบบนี้คือเป็นแหล่งสะสมคราบสกปรกชั้นดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะตามร่องยาปูน จะเห็นได้ชัดมากเนื่องจากสีพื้นเป็นสีโทนอ่อน แนะนำให้นำผสมผงซักฟอกกับน้ำอุ่นจนเจือจาง จากนั้นเทลงไปบนพื้นโดยไม่ต้องเอาน้ำราดก่อน อย่างไรก็ตามถ้ากระเบื้องของคุณมีลวดลายที่ละเอียดอ่อน แนะนำว่าให้ปรึกษาทางบริษัทผู้ผลิตทรางบริษัทที่เราซื้อกระเบื้องมา หรือจะหาข้อมูลตามโซเชียลเน็ตเวิร์คจะดีที่สุด ว่าควรมีการดูแลรักษาอย่างไรถึงจะไม่ทำให้ตัววัสดุสึกหรอง่าย และเสื่อมสภาพเร็ว

3. พื้นกระเบื้องสีเข้ม พื้นกระเบื้องสีเข้มจะมีข้อดีคือเวลามีฝุ่นหรือคราบต่างๆที่มาจับตามร่องยาปูนของกระเบื้อง คือเราจะมองไม่ค่อยเห็น แต่นั่นก็ถือว่าเป็นข้อเสียไปด้วยในตัว เพราะในเมื่อไม่เห็น คุณก็จะไม่รู้ว่าตรงไหนสกปรกบ้าง ตรงไหนมีคราบเยอะมากน้อยขนาดไหน เพราะฉะนั้น ให้นำเอาน้ำส้มสายชูมาผสมกับน้ำธรรมดา จากนั้นเช็ดถูกระเบื้องให้เรียบร้อย ก่อนจะตบท้ายด้วยการเอาน้ำส้มสายชูที่ผสมกับน้ำเทลงไปให้ทั่ว โดยระวังอย่าใช้น้ำมากเกินไป เพราะจะยิ่งซัดฝุ่นให้ลงไปติดตามซอกยาปูนมากยิ่งขึ้น

22 total views, 1 views today

Comments are closed.

Post Navigation